“หัวใจ” อวัยวะสำคัญภายในร่างกายที่ไม่เคยได้หยุดพัก แม้จะมีขนาดเล็กเท่ากำปั้นแต่กลับเป็นอวัยวะที่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ในทุกปี โรคหัวใจคร่าชีวิตผู้คนกว่า 18.6 ล้านคนทั่วโลก และโรคหัวใจยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประเทศไทย[1] และเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมาของทุกปีจึงถูกกำหนดให้เป็น “วันหัวใจโลก” หรือ World Heart Day เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักรู้ถึงอันตรายของโรคหัวใจและหลอดเลือด[2]

“โรคหัวใจ” หมายถึงโรคที่เกิดจากความผิดปกติของชิ้นส่วนหัวใจที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ซึ่งความผิดปกติที่เกิดขึ้นในแต่ละชิ้นส่วนของหัวใจนั้น ทำให้โรคหัวใจมีอาการแตกต่างกันและสามารถแบ่งได้หลากหลายชนิด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด โดยบทความนี้จะพูดคุยถึงเรื่องราวของสองครอบครัวหัวใจแกร่งที่อยู่เคียงข้างลูกสาวเพื่อต่อสู้กับโรคหัวใจตั้งแต่แรกเกิด

ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไง…แม่ก็รัก

“หัวใจของแม่” พร้อมสละทุกอย่าง แม่ยังมีความสุข และรักลูกเหมือนเดิม ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไง คือคำพูดของ คุณจารุณี ที่พูดถึงความรู้สึกที่ยังมีโอกาสได้อยู่กับ “น้องน้ำฝน-นัทนพิน” ลูกสาววัย 1 ขวบเศษ หลังจากที่รู้ว่าลูกของตนเป็นโรคหลอดเลือดที่ขั้วหัวใจที่เป็นทางลำเลียงเลือดไปปอด (หลอดเลือดแดงพัลโมนารี) ตีบตั้งแต่กำเนิด โรคลำไส้อุดตัน และมีอาการดาวน์ซินโดรม แต่คุณแม่ไม่เคยถอดใจ เฝ้าดูแล และคอยอยู่เคียงข้างลูกน้อยเสมอ

“เริ่มแรกน้องมีอาการตัวเขียวตั้งแต่หลังคลอดเพราะไม่สามารถหายใจเองได้ จึงถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีตั้งแต่น้องอายุได้เพียง 2 วัน คุณหมอตรวจพบว่าน้องเป็นโรคหลอดเลือดที่ขั้วหัวใจที่เป็นทางลำเลียงเลือดไปปอด (หลอดเลือดแดงพัลโมนารี) ตีบ ลำไส้อุดตัน และดาวน์ซินโดรมตั้งแต่กำเนิด จึงเข้ารับการรักษาด้วยการสวนหัวใจถึง 2 ครั้ง และผ่าตัดลำไส้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา น้องก็มีโอกาสเข้ารับการผ่าตัดหัวใจเพื่อตัดต่อเส้นเลือดบริเวณที่ตีบให้หมุนเวียนเลือดได้ดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาแม่ก็สังเกตได้ว่าน้องเริ่มมีอาการหายใจดีขึ้นและสุขภาพแข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อน สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อง แม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้บริจาค ที่ได้มอบผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ ตนรู้สึกอุ่นใจที่น้องได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพราะคุณ หมอตรวจอาการน้องอย่างละเอียดและมีทีมพยาบาลคอยดูแลน้องอย่างดี” และปัจจุบันน้องน้ำฝนยังคงเข้ารับการรักษาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

ภาพน้องน้ำฝนและคุณแม่

รักษา “หัวใจ” ที่เคยสลาย ให้ผ่านพายุร้ายไปด้วยกัน

“คุณแม่บอกกับน้องเสมอว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน เพื่อให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน” ประโยคนี้คือคำพูดของ สิบเอกหญิง อรทัย คุณแม่ของน้องการ์ตูน-ธีริศรา ที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ย่อท้อและคอยเป็นกำลังใจให้ลูกสาวคนนี้อยู่เสมอ แม้ว่าจะผ่านการผ่าตัดหัวใจมาหลายต่อหลายครั้ง แต่น้องการ์ตูนและครอบครัวก็พร้อมที่จะจับมือกันก้าวผ่านช่วงเวลานั้นไปด้วยกันเสมอ

น้องการ์ตูน เข้ารับการรักษาโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิดชนิดเขียว ซึ่งหมายถึงภาวะที่มีความผิดปกติของหัวใจ และหรือหลอดเลือดที่เกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ส่งผลให้น้องการ์ตูนต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจครั้งแรกขณะอายุได้เพียง 10 วัน เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดไปที่ปอดเพราะภาวะการไม่มีหลอดเลือดจากหัวใจเชื่อมไปยังปอด และน้องยังต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและถูกติดตามอาการอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลรามาธิบดีตั้งแต่แรกคลอดนานถึง 4 เดือน ภายหลังจากที่น้องการ์ตูนต่อสู้กับโรคหัวใจมานานกว่า 13 ปี พายุร้ายของครอบครัวอาชาฤทธิ์ก็ยังไม่ผ่านพ้นไป เพราะในปี 2561  น้องการ์ตูนต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ

“คุณหมอบอกกับคุณพ่อ คุณแม่ ว่าการผ่าตัดครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ขอให้แม่ทำใจไว้ว่าน้องอาจไม่ได้อยู่กับคุณแม่แล้ว” สิ้นประโยคคุณแม่อรทัยเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะนึกถึงหัวใจที่เคยแหลกสบายในตอนนั้น แต่อย่างไรก็ตาม คุณแม่และครอบครัวก็ไม่ถอดใจจึงตัดสินใจให้น้องการ์ตูนพักการเรียนชั่วคราวเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเต็มที่ แม่คอยให้กำลังใจน้องการ์ตูนอยู่เสมอ

และถือเป็นข่าวดีที่เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาการเข้ารับการผ่าตัดสวนหัวใจเพื่อปิดรอยรั่วหัวใจของน้องการ์ตูนได้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและยังอยู่ระหว่างการพักฟื้น แม้จะต้องลดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายลงบ้าง แต่น้องการ์ตูนยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และหลังจากนี้น้องการ์ตูนยังมีอีกหนึ่งภารกิจในการเตรียมตัวที่จะเข้ารับการรักษาอาการหลังคดซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากโรคหัวใจต่อไป โดยทั้งคุณแม่และคุณพ่อก็พร้อมอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจน้องการ์ตูนอย่างไม่ย่อท้อ

ภาพน้องการ์ตูนและครอบครัว

 การรักษาโรคหัวใจโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีเชี่ยวชาญและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตให้แก่ผู้ป่วย โดยในเคสของน้องน้ำฝนและน้องการ์ตูนนี้ทั้งคู่อาจโชคร้ายที่เกิดมาพร้อมโรคประจำตัวและต้องเข้ารับการรักษาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยกำลังใจจากครอบครัวที่แน่นเเฟ้นก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ทำให้ทั้งคู่ก้าวผ่านอุปสรรคนี้มาได้

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ยังคงสานต่อ “สะพานแห่งการให้” ผ่านการทำหน้าที่ระดมทุนเพื่อจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงและทันสมัย ควบคู่ไปกับ “โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้” หนึ่งในโครงการของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่พึ่งให้ผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีและมีประสิทธิภาพ เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของ “การให้” เพื่อเพิ่มโอกาสต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่ยังรอคอยความช่วยเหลือ ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ ณ สำนักงานมูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือโอนเงินผ่านบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี ธนาคารกรุงเทพ 090-3-50015-5 ธนาคารกสิกรไทย  879-2-00448-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ 026-305216-3 และบริจาคออนไลน์ www.ramafoundation.or.th

 #คำว่าให้ไม่สิ้นสุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here