จากความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ การจัดการน้ำที่ไม่เหมาะสมกับพืช และขาดเทคโนโลยีช่วยจัดการแปลง ซึ่งส่งผลต่อรายได้และความยั่งยืนนั้น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  สนับสนุนทุนโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) “แผนงานน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด ด้านการเกษตร” ซึ่งมี  ผศ.ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา  นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. เป็นหัวหน้าโครงการ บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูถัมภ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน และเกษตรจังหวัดต่างๆ ร่วมดำเนินงานขับเคลื่อน “โครงการการจัดการระบบน้ำและแปลงผลิตไม้ดอกเศรษฐกิจแบบองค์รวม”

โครงการฯ นี้ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ยกระดับการผลิตไม้ดอกให้ได้มาตรฐานสากลโดยมุ่งเน้นพืชหลัก  ได้แก่ ดาวเรือง  เบญจมาศ  แอสเตอร์  ปทุมมา และกุหลาบ ผ่านการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุเหลือทิ้งเพื่อความยั่งยืน ดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ชัยภูมิ สงขลา และพัทลุง

รูปแบบการดำเนินงาน  วว. และภาคีเครือข่ายใช้หลักการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับการปลูกไม้ดอกเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ พร้อมเสริมศักยภาพเกษตรกรให้สามารถบริหารจัดการแปลงปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ อาทิ ระบบควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติร่วมกับเซนเซอร์วัดความชื้นในดิน และระบบให้น้ำและปุ๋ยแบบแบ่งโซน ช่วยให้พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการใช้น้ำเกินความจำเป็น และรักษาคุณภาพของผลผลิต

เป้าหมายในการดำเนิน “โครงการการจัดการระบบน้ำและแปลงผลิตไม้ดอกเศรษฐกิจแบบองค์รวม” มีดังนี้

  • การบริหารจัดการน้ำ (Water Management) ออกแบบระบบน้ำที่เหมาะสมกับไม้ดอกเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ
  • การจัดการแปลงแบบองค์รวม (Holistic Management) พั ฒนาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการปลูก การดูแลรักษา ตามมาตรฐานสากล
  • เทคโนโลยีแม่นยำสูง (Precision Farming) นำเทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยานไร้คนขับเข้ามาประยุกต์ใช้ในการเกษตร
  • เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นำไม้ดอกเหลือทิ้งจากการจำหน่าย มาผลิตเป็นของที่ระลึกหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
  • พื้นที่เป้าหมาย มีการดำเนินงานในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคใต้ และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น จังหวัดขอนแก่น

แนวทางการจัดการของโครงการ ประกอบด้วย

  • ระบบน้ำอัจฉริยะ วางระบบบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับชนิดพืชและพื้นที่
  • นวัตกรรมแปลงผลิต นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาการผลิตไม้ดอกแบบครบวงจรตั้งแต่การปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว
  • สร้างเครือข่ายและความรู้ ยกระดับทักษะเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ

โครงการนี้ช่วยเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง โดยมีประโยชน์หลักๆ คือ

1.ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ช่วยให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดปี ลดผลกระทบจากภัยแล้งและความร้อนรุนแรงด้วยการใช้เทคโนโลยีระบบน้ำหยดที่ส่งตรงถึงราก

2.ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต   การนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 48% และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม

3.ยกระดับคุณภาพสินค้า  เกษตรกรสามารถผลิตไม้ดอกที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย (Safe Agriculture) และมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่น เบญจมาศ และลิเซียนทัส

4.การจัดการแปลงแบบครบวงจร   ลดความเสี่ยงจากการระบาดของโรคและแมลงด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์และการบริหารจัดการดินเชิงลึก

5.สร้างรายได้เสริมจากนวัตกรรม  ส่งเสริมการแปรรูปไม้ดอกเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น อาหารและเครื่องสำอาง เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆ

ผลลัพธ์เด่นจากการดำเนินโครงการที่เป็นรูปธรรม  ได้แก่

1.ลดการใช้น้ำ >50% (ระบบอัจฉริยะ/กึ่งอัตโนมัติ)

2.ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมี >30%

3.คุณภาพผลผลิตดีขึ้นอย่างชัดเจน

4.ลดความเสียหายในการผลิต

5.รายได้เกษตรกรเฉลี่ย ≥ 60,000 บาท/ราย/ปี

6.รายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่า 50 ล้านบาท

จากความสำเร็จในการดำเนินงานของ วว. วช. และภาคีเครีอข่ายดังกล่าว เพื่อให้เกิดการขยายผลความสำเร็จไปสู่พื้นที่อื่นๆ ของประเทศอย่างยั่งยืนนั้น การดำเนินงานในอนาคตสำหรับระยะต่อไป โครงการมุ่งเน้นการขยายผลและเพิ่มประสิทธิภาพผ่านแนวทาง ดังนี้

1.การขยายพื้นที่ต้นแบบ    ขยายผลความสำเร็จจากกลุ่มเกษตรกรใน 7 จังหวัดเป้าหมาย (เช่น เชียงใหม่ สงขลา พัทลุง) สู่พื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ภูเก็ต พังงา และนครศรีธรรมราช

2.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT    นำระบบสารสนเทศและเซนเซอร์ (Internet of Things) มาใช้ในการพยากรณ์อากาศและการบริหารจัดการน้ำแบบแม่นยำ เพื่อรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ

3.การส่งเสริมเกษตรคาร์บอนต่ำ    มุ่งสู่อุตสาหกรรมไม้ดอกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดการขยะจากแปลงผลิตแบบหมุนเวียน

จากบริบทการดำเนินงานของ “โครงการการจัดการระบบน้ำและแปลงผลิตไม้ดอกเศรษฐกิจแบบองค์รวม” ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ววน.  “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” โดยเปลี่ยนการทำเกษตรแบบพึ่งพาธรรมชาติ สู่การบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและนวัตกรรมแปลงผลิตแม่นยำ เพื่อสร้างความพร้อมรับมือทุกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มีรายได้ที่ยั่งยืนจากไม้ดอกเกรดพรีเมี่ยม เป็นต้นแบบความสำเร็จที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อน้ำมั่นคง เศรษฐกิจฐานรากก็มั่งคั่ง และเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

เว็บไซต์ www.thegoodnews.asia # สาระข่าวสารดีๆGoodNews #TheGoodNewsAsia