กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  ร่วมกับพันธมิตรจังหวัดสงขลา  ได้แก่  จังหวัดสงขลา  อำเภอระโนด  องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว   มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   และชุมชนบ้านขาวหมู่ 2  ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จัดเวทีเสวนาเรื่อง “น้ำดื่มจากน้ำฝน  ลดโลกร้อน” ภายใต้การดำเนินโครงการการเสริมสร้างศักยภาพให้ชุมชนบริหารจัดการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน  พร้อมขยายผลโครงการไปยังเทศบาลนครเกาะสมุย  มุ่งให้ชุมชนมีน้ำสะอาดที่มีคุณภาพใช้อย่างเพียงพอ  ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนด้วยเทคโนโลยี รองรับสังคมคาร์บอนต่ำ  เมื่อวันที่ 15  ธันวาคม 2565  ณ  โรงเรียนชุมชนวัดบ้านขาว  อำเภอระโนด  จังหวัดสงขลา

การเสวนา “น้ำดื่มจากน้ำฝน  ลดโลกร้อน” วว. ได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์  ถ่ายทอดความรู้และแสดงข้อคิดเห็นประกอบด้วยประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ได้แก่  ความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีและความเสี่ยงด้านสุขภาพ ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ โมเดลทางธุรกิจ (กลุ่มวิสาหกิจเพื่อชุมชน)  กองทุนน้ำดื่มหมู่บ้าน  โดยมีหน่วยงานพันธมิตร  ประชาชน  เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง  นอกจากนี้ยังมีการเยี่ยมชมชุดผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนในพื้นที่นำร่องโครงการฯ  ณ  โรงเรียนชุมชนวัดบ้านขาว หมู่ 3  และบ้านผู้นำชุมชน  หมู่ 2 อำเภอระโนด  จังหวัดสงขลา  พร้อมตรวจสอบคุณภาพน้ำ เช่น ความกระด้าง และโคลิฟอร์ม ในแต่ละครัวเรือนด้วย

นายเฉลิมพันธ์   ยินเจริญ   ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา ประธานเปิดการเสวนาฯ กล่าวว่า  จังหวัดสงขลามียุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด  มุ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้  ประชาชนมีคุณภาพ  สิ่งแวดล้อมยั่งยืน   มีประชากร 1.436  ล้านคน  มากเป็นอันดับ  2  ของภาคใต้ (รองจากนครศรีธรรมราช)   มีขนาดพื้นที่  7,394 ตารางกิโลเมตร  ใหญ่เป็นอันดับ  3 ของภาคใต้ (รองจากสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช)   มีพื้นที่ติดกับจังหวัด นครศรีธรรมราช  พัทลุง  ปัตตานี ยะลา สตูล และยังมีอาณาเขตติดต่อกับรัฐไทรบุรีและรัฐปะลิสของประเทศมาเลเซีย  โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา ขึ้นอยู่กับสาขาอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยกิจกรรมการผลิตที่สำคัญ คือ อุตสาหกรรมต่อเนื่องกับยางพารา  อุตสาหกรรมแปรูปและถนอมสัตว์น้ำ  รองรับการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ  ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ซี่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ  จากการที่ วว.  นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาพัฒนาชุมชนในจังหวัดให้มีน้ำสะอาดที่มีคุณภาพใช้อย่างเพียงพอ  ลดความเหลื่อมล้ำ  ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ด้วยเทคโนโลยีที่ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก  รองรับสังคมคาร์บอนต่ำ  เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองในเรื่องน้ำ  ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม  สามารถตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมดำเนินงานโครงการอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพของพี่น้องประชาชนของจังหวัดสงขลาต่อไปในอนาคต

“…ผลจากการดำเนินงานของโครงการนี้  จะเป็นโมเดลต้นแบบสู่การขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศไทย ในการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนหรือน้ำฝนพร้อมดื่ม   โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ลงทุนระบบ   และเก็บค่าใช้น้ำจากชุมชนในแต่ละครัวเรือน  ซึ่งจะสามารถลดภาระการจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำ  ลดการใช้ไฟฟ้าและสารเคมีในการผลิตน้ำประปาให้กับเมืองและชุมชน นอกจากนี้ยังจะสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง  ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองในเรื่องน้ำ และมีน้ำสะอาดที่มีคุณภาพใช้อย่างยั่งยืน  ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม สามารถตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม…”   ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลากล่าว

ดร.ประทีป  วงศ์บัณฑิต  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน  วว. กล่าวว่า วว.และพันธมิตรร่วมดำเนินโครงการการเสริมสร้างศักยภาพให้ชุมชนบริหารจัดการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนในหัวข้อที่ 6  เรื่องน้ำสะอาดและสุขาภิบาล  หัวข้อที่ 11 เรื่องความยั่งยืนของเมืองและชุมชน และหัวข้อที่ 13 การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะนี้ได้ติดตั้งชุดผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนและผลิตน้ำประปาพร้อมดื่ม แจกจ่ายให้กับจังหวัดสงขลา ในพื้นที่ชุมชน อบต.บ้านขาว หมู่ที่  2  และ 3  โดยสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ที่ 0.437 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี   และอยู่ระหว่างการจัดตั้งเป็นกองทุนน้ำดื่มหมู่บ้าน  สำหรับเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่มีรูปแบบการจัดสรรกองทุนในการบริหารจัดการค่าดำเนินการ  ทั้งนี้มีข้อยืนยันจากการประเมินความเป็นไปได้ในทางเทคโนโลยีพบว่า คุณภาพน้ำประปาที่ผลิตได้จากโครงการฯ ผ่านเกณฑ์การยอมรับของกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก  ส่วนการประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพจากโลหะหนักและจุลินทรีย์พบว่า ค่าสัดส่วนความเสี่ยงอันตราย  มีค่า 0.014  ซึ่งมีค่าต่ำกว่า 1 แสดงว่า น้ำประปาที่ได้จากน้ำฝน ไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ  สามารถนำมาใช้ได้ทั้งบริโภคและอุปโภค  ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพจากโลหะหนักและเชื้อจุลินทรีย์  โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

“…นอกจากนี้ทีมวิจัย  วว. ได้ขยายผลของโครงการ  โดยได้นำเสนอแผนการดำเนินงานโครงการให้กับเทศบาลนครเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ซึ่งได้ผลสรุปจากการนำเสนอแผนงานว่าเทศบาลนครเกาะสมุยต้องการต้นแบบชุดผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน  โดยให้วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว  มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในเทศบาลนครเกาะสมุย ดำเนินการติดตั้งต้นแบบชุดผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนจำนวน 1 ชุด  เพื่อทดลองผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน และน้ำบาดาลในพื้นที่เกาะสมุย   เพื่อประเมินราคาต้นทุนในพื้นที่ให้กับเทศบาลนครเกาะสมุยในการตั้งงบประมาณ  เพื่อการขยายผลไปยังโรงเรียนเทศบาลทั่วทั้งเกาะสมุยต่อไป…” รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน  วว. กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here